สวนบนหลังคา
- modernlofthome
- 28 ต.ค. 2556
- ยาว 1 นาที
สวนหลังคาในที่นี้ เป็นสวนที่วางอยู่ด้านบนหลังคาก้อได้ กันสาดก้อได้ ระเบียงก้อได้ หรือแม่แต่ในบ้านก้อได้ สำหรับเรื่องสวนบนหลังคาหรืออาคารนั้น ก่อนอื่นคงพูดภาพรวมๆให้ฟังก่อนนะ โดยส่วนตัวหากเอาการใช้งานของ ENDUSER เป็นสำคัญน่าจะแบ่งเป็น 2 แบบ คือ
1. สวนแบบกึ่งดิบกึ่งสุก คือใส่ต้นไม้ในกระถาง จะใหญ่หรือเล็กไม่สำคัญครับ
2. สวนจริงๆ เลย ที่มีการปลูกหรือมีการใส่ใส่ต้นไม้จริง บนอาคาร ไม่ผ่านการวางในกระถางส่วนแบบที่เอาทั้งสองมารวมกัน ก้อเป็นแบบ REMIXE หล่ะกันครับซึ่งเป็นรายละเอียดเรื่องออกแบบมากกว่ามาดูที่เรื่อง เราลงในรายละเอียดนิดนะครับว่าแต่ละแบบมีประโยชน์ยังไงเหมาะกับใคร
3. สวนแบบกึ่งดิบกึ่งสุก เป็นสวนที่อาศัยการจัดวาง HARDSCAPE และต้นไม้ที่ใส่ในกระถางมาจัดวาง เพื่อให้เกิดจังหว่ะที่สวยงาม ตามสไตล์นั้นๆ นอกจากนี้หญ้าเทียมผมขอถือเป็นส่วนหนึ่งของสวนประเภทนี้ด้วยนะครับการจัดแบบนี้มีประโยชน์ที่สำคัญคือดูแลง่าย ค่าใช้จ่ายในการ MAINTENANCE ไม่มากนัก เพราะเกิดการเสียหาบยก้อเปลี่ยนใหม่ได้ง่าย ไม่วุ่นว่าย เหมาะกับอาคารที่ไม่ได้ระบบท่อที่ดีมากนักและสำหรับเจ้าของบ้านที่ไม่ต้องการการดูแลสูง ไม่ชอบความจุกจิก ข้อเสียที่เด่นคือไม่สามารถใช้ประโยชน์จากการปลูกหญ้าได้เลย เพราะไม่สามารถปลูกหญ้าจริงๆหรือแม้แต่หญ้าเทียมความรู้สึกก้อไม่ได้ด้วยครับ
ส่วนสวนจริงๆที่จะกล่าว มีหลักการคร่าวๆคือ คือ
1. น้ำหนัก ต้องมีการคำนวณน้ำหนักที่จะเพิ่มขึ้นมาให้กับโครงสร้างพื้น (หรืออีกนัยหนึ่ง หลังคาของชั้นข้างล่าง เพราะสถาปนิกและวิศวกรมักไม่เผื่อไว้ให้รับ load เหมือนพื้น) ดีที่สุดคือเตรียมโครงสร้างไว้ตั้งแต่ก่อนก่อสร้างอาคาร ถ้าไม่เช่นนั้นต้องแก้ปัญหาด้วยวัสดุก่อสร้าง ฯลฯ แทน ปัจจุบันมีวัสดุปลูกที่ทดแทนดินเพื่อแก้ปัญหาน้ำหนัก ออกมาเป็นจำนวนมาก แต่มักมีราคาแพง และบางส่วนต้องนำเข้าจากต่างประเทศ
2. การระบายน้ำและการป้องกันการรั่วซึม ทั้งที่เกิดจากน้ำฝน และน้ำในการรดต้นไม้ ทั้งด้วยแรงงานคน และจากระบบ irrigation ... หากมีการเตรียมกันซึม ตั้งแต่การก่อสร้างอาคารจะดีที่สุด ระวังการระบายน้ำพื้นผิว การเท slope พยายามแบ่งพื้นที่รับน้ำให้ชัดเจน และใช้ระบบท่อและความลาดชัน รวบรวมน้ำส่วนเกินออกไป ให้เป็นระบบ
3.Planting Design ต้องเหมาะสมกับลักษณะ micro climate ของสวนหลังคานั้นๆ สวนหลังคาสูงๆ มักมีลมแรง ซึ่งจะจำกัดชนิดของพืชพรรณที่ใช้ได้ลงไป หรือการวางตำแหน่งต้นไม้ใหญ่ ควรวางให้ใกล้เคียงตำแหน่งคานมากว่ากลาง slab ซึ่งรับน้ำหนักเฉพาะจุดได้น้อยกว่า เป็นต้น มีกรณีศึกษาที่ใช้วิธีสร้าง trellis แล้วใช้ไม้เลื้อยคลุม ให้ได้ effect ของต้นไม้ใหญ่ โดยสร้างน้ำหนักให้โครงสร้างพื้นน้อยกว่า นั่นก็ช่วยได้ครับ หมายเหตุ : ขอขอบคุณข้อมูลจาก คุณวิญญู วานิชศิริโรจน์ จากเวป ASA.ORG
นอกจากนี้มาดูที่วัสดุสำคัญที่ใช้ทำระบบดังกล่าวกันนิดนะครับ คือ
1.WATER PROOF MEMBRAIN ไว้สำหรับกันซึมที่หลังคา
2.DRAINAGE LAYER สำหรับช่วยรีดน้ำลงสู่ระบบท่อให้เร็วที่สุด
3.GEO TEXTILE สำหรับผยุงมวลดินให้ไม่ลงไปที่ระบบ DRAINAGE และท่อระบายน้ำ
ส่วนรายละเอียดปลีกย่อยเป็นแล้วแต่บริษัทที่เค้าออกแบบเพื่อความสมบูรณ์ของระบบครับ
จากเบื้องต้นจะเห็นนได้ว่า ค่อนข้างยุ่งยากและมีค่าใช้จ่ายมากหากเลือกที่จะใช้ระบบดังกล่าว กล่าวง่ายๆเลย ไม่จำเป็นไม่ต้องใช้ เพราะต้องการการ MAINTENANCE สูงทั้งจากระบบและจากต้นไม้ที่ปลูกด้วย พูดแต่ข้อเสีย ข้อดีก้อมีหากวางระบบดีๆ เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับพื้นที่ด้านบนหลังคาที่ไม่อยากให้เป็นหลังคา ไม้ใหญ่ก้อปลูกได้นะครับ แต่ต้องวางแผนตั้งแต่ทีแรกเพราะความต้องการของระยะดิที่ปลูกมากกว่าหญ้าอย่างแน่นอนดังนั้นหากจะถามว่าเหมาะกับใคร ตอบได้คำเดียวครับ บ้านที่พอกำลังมากพอสมควร หรือโครงการที่ต้องการสร้างจุดขายที่มีราคาขายอยู่ในระดับกลางขึ้นไป






ความคิดเห็น